ep. 1 ชุดเจ้าสาว (2)

Standard

fitting day

 

กว่าจะครบทุกเรื่องเป็นมหากาพย์แหงมเลย (-”-)

ถึงไหนแล้ว … อ่อ ไปลองชุดครั้งแรก

ด้วยความที่แต่งตัวไม่หญิงเลยยยยย เลยไม่รู้เลยว่าควรจะมีแบบอะไรในใจ คือนึกไม่ออก

แบบไปตายเอาดาบหน้า คือชุดไหนก็ได้วะ ที่มะนัด แม่ และ ขนุน บอกว่าโอเคอ่ะ

ด้วยความสัตย์จริง คือแยกไม่ออกอ่ะ ว่ามันต่างกันตรงไหน

เข้าใจว่าถ้าเกาะอกแล้วมันก็เหมือนกันหมดไม่ใช่หรือ จะต่างกันตรงไหนได้ฟระ สีแม่มก็บังคับอยู่แล้ว

พอเข้าไปที่ร้าน โอ้ววว สรุปว่า ต้องลองนะ ของพรรค์นี้ ไม่ลองไม่รู้จริงๆ

ถ้าเป็นไปได้ ไม่ต้องคิดไปหรอกว่าอยากได้แบบนี้ๆๆๆๆๆๆ จะเอาประมาณนี้ๆๆๆๆ อย่างรูปนี้ๆๆๆ แบบคนนี้ใส่ไรงี้

มันไม่เหมือนกันโว้ยยย แขน ขา ตัว เอว สะโพก นม มันเท่ากันที่ไหน

บางชุดดูแล้วไม่น่าจะสวย ลองเข้าไป เอ๊า ดูดีกว่าเพื่อนซะงั้น

(ชุดที่ฉันตกลงคือชุดแรกที่ลอง ซึ่งเป็นชุดที่ทุกคนบอกว่าไม่สวย แต่ฉันกะมะนัด เอามาลอง เพราะมันเป็นชุดแรกที่ยังไม่มีใครจอง)

 

อ่ออ การลองชุดเจ้าสาว ขอให้รับประทานอาหารไปให้อิ่ม เอาขนมติดไปด้วย ยาดม เกเตอร์เรดด้วยยิ่งดี

เพราะมันเหนื่อยมาก พอๆ กะแข่งเทนนิสสามเซ็ตเลยอ่ะ

ถอดๆ ใส่ๆ ชุดที่หนักประมาณ 5 โลสิบรอบนี่ไม่ใช่ง่ายๆ นะฮาฟ

และชุดนี่ รัดติ้วแบบ อย่าหวังอ่ะว่าจะได้เห็นชุกเจ้าสาวหลุด

อืมม ขอสารภาพว่าเมื่อก่อนเคยสงสัยว่าเค้าเดินกันได้ไงฟระ ไม่กลัวหลุดเหรองาย โนบราไม่ใช่เหรอนั่น

พอได้ลองแล้วก็เข้าใจว่า มันไม่หลุดหรอก รัดจนซี่โครงเบี้ยวขนาดนั้น หายใจยังลำบากเลย (-”-)

 

ตั้งแต่เดินเข้าไปในร้าน จะเห็นป้ายแปะเยอะมาก เกี่ยวกะความเวิ่นเว้อของเจ้าสาว และครอบครัวที่ร้านเคยประสบมา

ตอนแรกอ่านแล้วก็กลัวนิดๆ แบบเราจะโดนเค้าด่าป่าววะ

อย่างเรานี่นับเป็นหนึ่งในลูกค้าที่ร้านไม่ want ป่ะวะ

แต่คุยไปคุยมา สำหรับเรา เค้าโคตรรรรรร ดีอ่ะ

คนที่ดูแลเราชื่อป้านะ เค้าไม่ได้บอกชื่อตอนนั้นหรอกนะ มาแอบดูในเวปทีหลัง

ใจเย็นมากกกกกกกก ปล่อยให้เลือก ให้ลอง เชียร์ให้ลอง

จนเราเหนื่อยแบบไม่ไหวแล้ว เค้ายังบอกว่า ของคุณนี่น้อยนะ

แค่สิบกว่าชุดก็ได้แล้ว มีคนลองหกสิบชุดในวันเดียวแล้วยังไม่ได้ก็มี โอ้ววววว แม่เจ้า จะลองทำเบรื้ออะไรขนาดนั้น

ส่วนใหญ่ที่มาลองกัน ว่าที่เจ้าสาวดูจะรู้อยู่ในใจว่าตัวเองต้องการอะไร

ซึ่งต่างจากเราที่เหมือนตุ๊กตาให้แม่และน้องแต่งตัวเล่น

เข้าใจว่าสองคนนั้นสนุกมากกกกกกกกกกกก จนเราประกาศกร้าวว่าไม่ไหวแล้ว พอเหอะ

เอาซักอันนึงเหอะ ฉันตัวจะหักแล้ว เลยตกลงได้ในที่สุด

 

เอาล่ะ สรุปว่าได้ชุดไทยมา 1 ชุด ชุดงานเย็น 2 ชุด ตกลงทำสัญญากันในวันนั้นเลย เพราะอยู่บ้านนอก มาลำบากง่ะ

 

หลังได้ชุดแล้ว มาดูรูปที่ถ่ายไว้

อืมมมม แม่มมมม ปลิ้นว่ะ ไม่ดีนะ

สรุปว่าต่อไปจะมาเล่าเรื่องการลดน้ำหนักละกันนะ

ep.1 ชุดเจ้าสาว (1)

Standard
ep.1 ชุดเจ้าสาว (1)

กว่าจะเป็นของชำร่วย

หลังจากไม่ได้อัพบล็อกมาตั้งแต่ปี 2009

ตั้งใจไว้ตั้งแต่เสร็จงานแต่งงานว่า จะเขียนบล็อกเกี่ยวกับการเตรียมงานแต่ง

ผ่านไป 3 เดือนนิดๆ พึ่งจะได้เริ่มเขียน (-”-)

หลังจากผ่านงานแต่งงานของตัวเองมา รู้สึกว่าเหนื่อยมากกกกกกกกกกก

อยากจะนอนซัก 3 ปี

ส่วนหนึ่งคืองานเราจัดที่บ้าน ทั้งสองงาน (บ้านเรากะบ้านนัท)

ที่บ้านนัทไม่เท่าไหร่ แต่บ้านเรานี่จิ ต้องเตรียมทุกรายละเอียดเลยจริงๆ

จัดงานแต่งงานที่บ้านก็มีทั้งข้อดีข้อเสียอ่ะนะ

ของเราหมายถึงในกรณีที่เตรียมทุกอย่างเอง ตกแต่งสถานที่เอง

จะมีจ้างก็คือดอกไม้ตกแต่งในวันงานกับอาหารอ่ะ นอกนั้นทำเองหมดจริงๆ ตั้งแต่ปลูกต้นไม้ยันต้มเทียนอ่ะ

ย้อนหลังไปปีที่แล้วก็ประมาณเดือนเมษานะ ที่ป๊านัทมาคุยที่บ้าน

ซึ่งมะนัดไปดูฤกษ์มา เป็น 18 ธันวา

เราก็อื้มมมม ยังอีกนานนนนน อย่าพึ่งเตรียมเล๊ยยย เดี๋ยวชาวบ้านเค้าจะหาว่า

แหมๆๆๆ อีนี่ ดีใจได้แต่งงาน เตรียมงานล่วงหน้าซะหลายเดือนเลยนะยะ

เลยไม่ได้เตรียมอะไร ไม่ได้บอกใครเลยยยยยยยย ซึ่งความคิดนี้ ผิดมหันต์

ขอบอกว่าที่เจ้าสาวทุกท่านว่า ทันทีที่ผู้ใหญ่ได้คุยกันแล้ว ประมาณว่า แต่งแน่

ก็ขอให้ไปจัดการลองชุดแต่งงานได้เลย หรือถ้ายังเขิน เอาทันทีที่กำหนดฤกษ์แล้วก็ได้

แต่ขอให้ไปไวๆ อ่ะ ของเราไปก่อนแต่ง 3 เดือน คิดว่าไปเร็วแล้วนะ

ปรากฏว่า ชุดไม่มีง่ะ ชอบอันไหน เค้าจองหมดเยย (T-T”) คือยังพอมีบ้าง แต่ 80%

ของชุดที่ชอบโดนจองไปหมดแล้ว

ชุดเจ้าสาวเราเช่าเอาอ่ะนะ ตอนแรกก็หาข้อมูลแบบตาบอดเลย

กะว่า เอาวะ อย่างมาก็หมื่นนึงละมั้ง

พอหาเข้าไป โอ้ววววว แม่เจ้าาาาา เค้าจัดกันเป็นแสน เย้ยยยย จะไหวเหรอวะ

หลังจากอ่านบล็อก กระทู้ ทุกสิ่งเกี่ยวกับชุดเจ้าสาว ก็ตกลงใจกะมะนัดและครอบครัว

จะไปดูชุดที่ร้านฟูลริช นี่ๆ เวปเน้ http://www.fullrichbride.com/

หรือ fb ก็มีนะ อันเน้ https://www.facebook.com/fullrichbride?ref=ts

ไม่ได้ค่าคอม ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวนะ แต่หลังจากใช้บริการมาแล้วก็คิดว่า

เออ ดีแล้วที่เราเลือกที่นี่ คือบอกราคาไป บางคนก็อาจจะบอกว่าถูก บางคนก็อาจจะบอกว่าโคตรแพงงงงงงง

ขึ้นอยู่กะว่า ข้อมูลที่มีของแต่ละคนเป็นแบบไหนอ่ะนะ

เลยไม่บอกตัวเลขละกัน แต่เอาเป็นว่าตอนแรก คิดว่า โหววววว แพงชิบหาย นี่กรูต้องจ่ายขนาดนี้เลยเหรอวะ

แต่พอได้ใส่ชุด + ความเป็นมืออาชีพของร้าน ก็คิดว่าสมควรแล้วอ่ะนะ

ที่จ่ายไป เพราะมันเป็นวันสำคัญอ่ะ

ยังไม่จบ เด๋วมาต่อนะ

:)

รั บ ไ ม่ ไ ด้

Standard

 

 

ในบรรดาหนังสือที่อ่านมา

มีอยู่สองเรื่องนะ ที่อ่านจบแล้วรู้สึกรับไม่ได้อย่างแรง

 

เรื่องแรก คือคำพิพากษา ของชาติ กอบจิตติ อ่ะ

คือใครจะว่าเค้าเขียนดียังไงก้อเอาเหอะ

แต่เค้ารับไม่ได้ว่ะ

 

เนื้อเรื่องมันประมาณว่า สังคมอ่ะ พิพากษาพระเอก ว่าเปนคนชั่ว ไปมีอะไรกะแม่ของตัวเองที่เปนบ้า

โดยที่ไม่เคยให้โอกาสคนที่โดนกล่าวหามาแก้ตัวเลย

ประมาณว่า เกิดการเข้าใจผิด ซ้ำๆๆๆๆๆ กัน จนเกินจะให้อภัยได้

ชาวบ้านก้อไม่คิดจะฟังความเหนจากคนที่โดนกล่าวหา

ส่วนไอ้คนที่โดนกล่าวหา ก้อดันไม่ออกมาแก้ตัวอีก

 

อ่านแล้วก้อรู้สึกอึดอัดอ่ะ

คือมันก้อมีอ่ะนะ ที่สังคมกล่าวหา แล้วก้อตัดสินใครซักคน โดยที่ไม่ให้โอกาสคนนั้นแก้ตัว

แต่เนื้อเรื่องมันรันทดไปหน่อยป่ะ อ่านจบแล้วโคตรหดหู่อ่ะ

 

อีกเรื่องนึง พึ่งอ่านเมื่อไม่กี่วันมานี้ น่าจะรู้จักกันดี

The Confession of a Shopaholic

เคยอ่านเมื่อนานนนนนนนน มาแล้ว

เหนมันออมาหลายภาค (หนังสือ) ก้อไม่ได้คิดจะซื้อ เพราะจำได้รางๆ ว่าอ่านแล้วไม่สนุก

แต่พอมันเอามาทำเปนหนัง ก้อเกิดอาการอยากรู้ เพราะคนพูดถึงเยอะอ่ะ

เลยเอามาอ่านใหม่

อ่านเล่มแรกจบ ก้อ อืมมมม สนุกดีนะ

ก้อเอาเล่มสามมาอ่านต่อ (เพราะเล่มสองหมด หาซื้อไม่ได้) อ่านไปได้แค่ครึ่งเล่ม แทบจะขว้างทิ้ง

คือรับไม่ได้กับนิสัยของนางเอกอ่ะ

 

นางเอกมันนิสัยประมาณว่า เพ้อฝันอ่ะ

คิดอะไรเข้าข้างตัวเองตลอดเวลา

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าจะอยากได้อะไร นางก้อจะสรรหาเหตุผลมาประกอบให้กับตัวเองจนได้

นางชอปจนบัตรเครดิตไม่รู้กีใบ เกินวงเงินทะลุทุกใบ

แต่ก้อไม่ได้สำนึก ก้อยังซื้อต่อไป โดยเอาบัตรอื่นๆ มาโปะ

พอธนาคารส่งจดหมายมาทวงหนี้ ก้ออ้างเหตุผลบ้าๆ บอๆ ประมาณว่า ป่วยมั่ง แขนหักมั่ง อะไรงี้

หลังๆ นางไม่แก้ตัวกับแบงค์แล้ว นางโยนใบทวงหนี้ทิ้งเลย คือไม่อ่านมันซะงั้นอ่ะ

 

คือสันดานเสีย ไม่คิดจะแก้ ไม่สำนึก ไร้เหตุผล เพ้อเจ้อ ฟุ่มเฟย สมองกลวง ไร้สาระ

แล้วยังจะจบแบบ happy ending อีก

ซึ่งพระเอก ประมาณว่าเปนหนึ่งในคนที่รวยที่สุดในอังกิดเสือกมาชอบซะงั้น

คือมันทำอะไรดีเหรอ มันมีดีตรงไหนที่สมควรแก่การจบแบบมีความสุขเหรอ

คนที่เพ้อเจ้อไปวันๆ เนี่ยนะ

 

ตอนอ่านเล่มแรก ก้อรับได้อ่ะนะ

คือ เออ โลกนี้มันก้อมีคนโชคดีเยอะแยะ ถึงจะทำตัวแย่ แต่ถ้าทุกคนให้โอกาส มันก้อคงจะจบลงด้วยดี

แต่พออ่านเล่ม สาม แม่ง ไม่ได้ทำตัวดีขึ้นเลยนี่หว่า

พระเอกก้อยังโง่ คือให้โอกาสมาจนเล่มสาม นี่นางยังไม่คิดจะปรับปรุงตัวเลยเหรอ

นอกจากไม่ปรับปรุงตัว ยังทำตัวสมองกลวง ใช้เงินสามีไปวันๆ

โอ้วว แล้วสามีก้อมองว่าการที่เธอเพ้อเจ้อ งี่เง่าไปวันๆ นั้น เปนสิ่งที่น่ารัก เรียกว่า “มีจินตนาการ”

เอากะมันสิ ความจิง ถ้าพระเอกโง่ขนาดนั้น ไม่น่ารวยได้นะ

ถ้าฉลาดจริง สิ่งแรกที่ควรจะทำ คือ ทิ้งอีนี่ซะ แล้วหาแฟนใหม่ที่มีสมอง น่าจะดีกว่านะ

 

อ่านแล้วก้อกลุ้ม ที่จิง หนังสือแบบนี้ ไม่น่าจะตีพิมพ์ออกมาได้นะ

เพราะมันจะทำให้ ผู้หญิง (ซึ่งส่วนมากงี่เง่า และชอบเพ้อฝันอยู่แล้ว) เข้าข้างตัวเองไปกันใหญ่

มันทำให้คนนิสัยเสียได้ใจไปกันใหญ่ (พวกใช้เงินไปวันๆ แต่ไม่ได้ใช้สมองอ่ะ)

 

อ่านหนังสือนี้แล้ว ความรู้สึกที่จะเกิดขึ้นคือ ผู้หญิงจะอยากแต่งงาน

ทำตัวไฮโซ เปนชนชั้นสูงของสังคม และให้สามีทำงานงกๆๆๆ ส่วนตัวเองใช้เงินสามี

เวลาสามีกลับบ้านจากที่ทำงาน ก้อเข้าไปอ้อน คล้ายๆว่าจะไปเอาใจ

แต่จิงๆ แล้วไม่ใช่อ่ะ คือแม่งจะเอาเงิน พอไม่ได้ ก้อทะเลาะกัน

(สงสัยว่า คุณคนนั้นเค้าอ่านเรื่องนี้รึเปล่าวะ เค้าถึงอยากแต่งงานอ่ะ)

โอ้วววว น่ากลัวมาก ผู้ชายที่ยังไม่อยากลงเอยกะใครในเวลาอันสั้น ก้ออย่าให้แฟนได้อ่านหนังสือชุดนี้เปนอันขาด

เอ่ออ โดยเฉพาะอั้ม (-_-‘’)

 

คือในชีวิตจิง ถ้าผลาญเงินขนาดนั้น

ต่อให้ผัวรวยขนาดไหน ก้อเลี้ยงไม่ไหวหรอก

แล้วต่อให้เลี้ยงไหว ก้อไม่ใช่ว่าจะทนไหว

คือถ้ายังทำตัวงี่เง่า เพ้อเจ้ออยู่ หมาที่ไหนมันจะทนวะ

ในโลกนี้ไม่มีคนแบบพระเอกหรอก

เพราะถึงมีที่แบบตามใจทุกอย่าง มันก้อคงไม่รวย

แล้วถ้ามันรวย แล้วตามใจทุกอย่าง มันก้อไม่ใช่คู่แบบที่ต้องการ (เพราะถ้าเลียงด้วยเงิน ส่วนมากจะออกแนวเสียเลี้ยงช่ายแมะ)

แล้วถ้ารวย และมีสมอง เค้าคงไม่เอาคนเพ้อเจ้อมาทำเมียอีกอ่ะ

 

สรุปว่า อ่านหนังสือเรื่องนี้แล้ว หงุดหงิดเหี้ยๆ

จากเดิมที่แค่ไม่ค่อยชอบคนที่งี่เง่า เพ้อเจ้อ ฟุ่มเฟือย สมองกลวง ตอนนี้เกลียด ถึงเกลียดมากอ่ะ

คืออยากเหนคนแบบนี้ตกอับว่ะ

จะเปนอะไรที่สะใจมากกกกกกกกกกก

 

เฮ้อออ… ฝันแล้วเปนจิงทุกอย่าง แม่งก้อเปนจิงแต่ในนิยายแหละวะ

ทำไงดีอ่ะ

Standard

 

เมื่อวานกับวันนี้เกิดเรื่องเยอะมากๆ

ไม่ได้เกี่ยวกะเราอ่ะนะ แต่มันสะเทือนใจอ่ะ

 

มันทำให้คิดได้ว่า เราไม่ใช่เด็กๆ ที่จะใช้ชีวิตไปวันๆ เหมือนเมื่อก่อนได้อีกแล้ว

ทำให้ต้องมานั่งคิดว่า เออ แล้วชีวิตเราล่ะ จะเปนยังไง

เมื่อก่อนนี้ (เมื่อ 2 วันที่แล้ว) ไม่ได้คิดอะไรเลย

วันๆ คิดแต่จะนอนให้ได้มากที่สุด (-_-‘’)

ไม่ได้นึกเลยว่า เรียนจบแล้วจะทำอะไร หรืออีก 5 ปีข้างหน้า ชีวิตเราจะเปนยังไง

 

อีกแป๊บเดียว เราจะต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเองแล้วอ่ะ

ยังไม่พร้อมซักกะติ๊ดอ่ะ

แค่คิดว่าจะไม่มีเงินมารดา โอนเข้ามาในบัญชีทุกๆ เดือนก้อชักจะล่ก

โอ๊ยยยยยย ทำไงดีวะ

น อ น ไ ม่ ห ลั บ

Standard

น อ น ไ ม่ ห ลั บ

งงอ่ะเด่ะ

ไม่เชื่ออ่ะดิว่าเทพแห่งการนอนอย่างเรา จะเคยนอนไม่หลับ

ในรอบหลายปีที่ผ่านมา

มี 2 สาเหตุนะ ที่ทำให้เรานอนไม่หลับ

 

อันที่หนึ่ง คือตอนที่ไปเที่ยวสิงคโปร์กับเพ่ย เพ่ย เฮ้อออออ ไม่อยากพูดถึงอ่ะ

 

อันที่สอง คือ นัท

การที่นัทบอกว่า “เด๋วจะโทรมา” เนี่ย เปนอะไรทีทำให้เราวิตกจริตมั่กๆ

เพราะการที่บอกว่า “เด๋วจะโทรมา” มันแปลว่า ตอนนี้ยังไม่ว่าง ถ้าว่าง แล้วจะโทรไปหาเอง

ไม่ต้องโทรไปอีก

ถ้าโทรไป นัทก้อคงจะหงุดหงิด แบบ เอ๊! ก้อบอกแล้วนี่ ว่าเด๋วจะโทรไป จะโทรมาอีกทำไม อะไรทำนองนี้

แต่ระหว่างรอนี่ดิ

การรอโดยไม่มีจุดหมายนี่มันทรมานมั่กๆ อ่ะ

โดยเฉพาะตอนที่นัทไปกินเหล้า แล้วบอกว่า กินเสดแล้วจะโทรมา โดยที่ไม่มีเวลากำกับไว้นะ

เหอ เหอ ไม่ได้นอนอ่ะ นอนเท่าไหร่ ก้อไม่หลับ ไม่รู้ทำไม มันล่กๆ อ่ะ

แล้วยิ่งนัท เมาจนลืมโทรมานะ นู่นเลยคับพี่น้อง ถึงเช้าเลย

คือถ้าไม่มีใครโทรมาเลยก้อโอเคอ่ะนะ แต่กลัวว่าจะมีแบบ เพื่อน หรือใครไม่รู้โทรมา

แล้วประมาณว่า “โม ทำใจดีๆ นะ นัท… อ่ะ”

เปนอะไรที่น่ากลัวที่สุด ที่นึกถึงทุกครั้งเวลานัทสัญญาว่าจะโทรมา แล้วไม่โทรมา

 

เฮ้อออออออออออ….. เจ้าอ้วนนี่ ชอบทำตัวให้เปนห่วงอยูเรื่อย

ตอนนี้ก้อไปทำงานงกๆๆๆๆ อยู่ประเทศจีน

น่าสงสารเจ้าอ้วนน้อยจัง (-_-”)

คิดถึงนัทอ่ะ กลับมาเร็วๆ เซ่  

 

 

ปล. อย่าให้จับได้นะ ว่ามีกิ๊กอ่ะ เค้าจะเอากระจกกรีดหน้าอีนั่น เอาน้ำกรดราด ทับอีกทีด้วยน้ำมัน แล้วจุดไฟเผา ให้มันทุรนทุราย ตายอย่างทรมานที่สุด  มาเลย ใครกล้า เข้ามาเลย

 

N Z P i c s 2

Standard





 







 







P1120462







 วางแผนเที่ยวโดย โม เอาใจช่วยโดย น้องขนุน







 







P1120419







 นั่งทำมิวสิค (เมื่อไหร่จะได้กลับบ้านซักทีโว้ย)







 







P1120375







 ภูเขาอะไรน้า… เด๋วจะถามโป๊ดให้ละกันนะ จำไม่ได้ว่ะ







 







P1120433







 กูเจี้ยวก้อไปด้วยนะฮับ







 







P1120556







 เป็ดที่ทะเลสาบเตาโป







 







P1120534







 หลังบิน (เอ่ออ… ยังสดใสดีอยู่)







 







P1120564







 พระคัมภีร์







 







P1120724







 







P1120777







 ให้นมลูกแกะ







P1120570



 






 







 







P1120900



 






ก่อนร่วง (เฮ้อออ… ไม่น่าเอาอีกรอบเล๊ย)






 

N Z P i c s

Standard

P1120322 วัวที่ New Zealand มันทา Whitening (สะกดอย่างงี้ป่าววะ) ด้วยอ่ะ แบบว่าตัวดำ หน้าขาวจั๊วะ

 

P1030170

ก่อนเล่น Huka Jet บิดาเล่าเรื่องตลก ฮามั่กๆ

 

P1030149

ระหว่างทางอ่ะ National Park ไป Taopu

 

P1030169

 นี่ก้อ ก่อนเล่น Huka Jet

 

P1030281

 น้ำพุร้อน Lady Nox ที่ Wai-O-Tapu

 

P1120126

 รอรถเมล์ที่ Sky Tower

 

P1120162

 บิดากิน Meat Pie

 

P1120182

 จะไปเดินป่า แต่มารดาดันใส่ส้นตึกมา ก้อเลยต้องมาล้วงควัก โยงโย่ โยงหยก อย่างนี้อ่ะนะ

 

P1120205

 ในถ้ำที่ Waitomo

 

P1120222

 นั่งเรือไปดูหนอนเรืองแสง แต่มีเด็ก (เวร) ร้องไห้แหกปากตลอดทางเลย

 

P1120230

 มื้อไหนวะเนี่ย

 

P1120261

 ภูเขาไฟ ทานูกิ (Taranaki) ข้างหลังเป็นเมือง New Plymouth

 

P1120273

เมืองวังขนาย (Wanganui) เมืองที่บิดาดีดดิ้นจะกิน Fish&Chips ให้ได้

 

P1120365